lnwshop logo

ตามินล้างตับPure Vita Milk Thistle 60 softgels บำรุงตับ ล้างสารพิษตกค้าง ลดไขมันพอกตับ ผิวขาว ใส ไร้ฝ้า เพิ่มประสิทธิภาพอาหารเสริม

ตามินล้างตับPure Vita Milk Thistle 60 softgels บำรุงตับ ล้างสารพิษตกค้าง ลดไขมันพอกตับ ผิวขาว ใส ไร้ฝ้า เพิ่มประสิทธิภาพอาหารเสริม
ตามินล้างตับPure Vita Milk Thistle 60 softgels บำรุงตับ ล้างสารพิษตกค้าง ลดไขมันพอกตับ ผิวขาว ใส ไร้ฝ้า เพิ่มประสิทธิภาพอาหารเสริม thumbnail 1ตามินล้างตับPure Vita Milk Thistle 60 softgels บำรุงตับ ล้างสารพิษตกค้าง ลดไขมันพอกตับ ผิวขาว ใส ไร้ฝ้า เพิ่มประสิทธิภาพอาหารเสริม thumbnail 2ตามินล้างตับPure Vita Milk Thistle 60 softgels บำรุงตับ ล้างสารพิษตกค้าง ลดไขมันพอกตับ ผิวขาว ใส ไร้ฝ้า เพิ่มประสิทธิภาพอาหารเสริม thumbnail 3
หมวดหมู่ -- ดีท๊อกซ์ตับ, ดีท๊อกซ์ลำใส้
ราคา 750.00 บาท
สถานะสินค้า พร้อมส่ง
อัพเดทล่าสุด 7 ส.ค. 2559
ความพึงพอใจ ยังไม่มีความคิดเห็น
จำนวน
ชิ้น
หยิบลงตะกร้า
Share
Scan this!

 

Pure Vita Milk Thistle 60 softgels
บำรุงตับ ล้างสารพิษตกค้าง ลดไขมันพอกตับ
ผิวขาว ใส ไร้ฝ้า 

 

 

Milk Thistle
เป็นพืชตระกูลเดียวกับ "ทานตะวัน" โดยเมล็ดสีดำเงา มีสารซิลิมาริน (Silymarin) ที่นำมาใช้ประโยชน์ทางยาได้ มีสรรพคุณในการรักษาโรคตับ

วิธีทาน : 
อาทิตย์แรก หลังอาหาร 1 เม็ด วันละครั้ง
อาทิตย์ที่สอง หลังอาหาร 2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง
อาทิตย์ที่สาม หลังอาหาร 3 เม็ด วันละ 3 ครั้ง

ประโยชน์
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพกว่าวิตามินซีและอี โดยจะช่วยป้องกันความเสียหายจากอนุมูลอิสระ
เป็นเหมือนนายทวารกำจัดสารพ
ิษส่วนหนึ่งก่อนที่จะมาถึงตับ และช่วยให้ตับแข็งแรง
โดยป้องกันการเสื่อมสภาพของ
กลูต้าไธโอน (กลูต้าไธโอน เป็นสารเคมีคล้ายกรดอะมิโน
มีหน้าที่ขจัดสารตกค้างในร่
างกาย) และเพิ่มความเข้มข้นของ กลูต้าไธโอนถึง 35%

สรรพคุณ
- ป้องกันตับจากสารพิษ ทั้งจากยา ยาพิษ หรือสารเคมี รักษาความผิดปกติในตับ เช่น โรคตับเเข็ง
และไวรัสตับอักเสบ ลดการทำลายตับจากการดื่มแอล
กอฮอร์มากเกินไป
- ปกป้องตับจากการทำเคมีบำบัดในผู้ป่วยโรคมะเร็ง ช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้นและเร่งขับสารพิษตกค้างในร่างกา
- ช่วยรักษาและป้องกันนิ่วในถุงน้ำดี โดยการเพิ่มการไหลเวียนของน้ำดีจากตับผ่านถุงน้ำดีเข้าสู่ลำไส้ใหญ่
เพื่อย่อยไขมัน

- ช่วยรักษาโรคสะเก็ดเงิน โดยลดอาการอักเสบ และชลอการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนั
 
 
     
 
 
 
 
 
ตับ เป็นอวัยวะสำคัญของร่างกาย เนื่องจากมีหน้าที่สำคัญในการขจัดสารพิษออกจากร่างกาย
โดยมีตำแหน่งอยู่บริเวณช่องท้องด้านขวา หนักประมาณ 4 ปอนด์
ลักษณะของตับจะเป็นเหมือนฟองน้ำซึ่งมีรูพรุนภายในจำนวนมากและภายในช่องว่าง
เหล่านั้นจะมีเลือดบรรจุอยู่ สำหรับเส้นเลือดที่มาเลี้ยงตับ จะมาจาก 2 แหล่งด้วยกัน
แหล่งแรกเป็นเส้นเลือดแดงที่มาจากหัวใจ แหล่งที่สองเป็นเส้นเลือดดำที่มาจากบริเวณลำไส้
ซึ่งจะนำสารอาหาร ตลอดจนสารพิษต่างๆมายังตับ ก่อนที่จะไปยังส่วนอื่นของร่างกาย
ตับจึงเป็นด่านแรกที่จะรับมือกับสารพิษเหล่านั้นโดยตรง
หน้าที่ของตับ 
1. เกี่ยวกับขบวนการเมตาบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรต (การเผาผลาญอาหารจำพวกแป้ง)
        ๏ เปลี่ยน คาร์โบไฮเดรต เป็น กลูโคส (ในขบวนการย่อยอาหารพวกแป้ง
จะได้เป็นน้ำตาลเชิงเดี่ยวที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก ที่เรียกว่า กลูโคส      
เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้เป็นพลังงานได้ )
     ๏ นำกลูโคสส่วนเกินออกจากระแสเลือด
     ๏ สร้าง & เก็บไกลโคเจน ( กลูโคสส่วนเกิน ที่เหลือจาการใช้งานของร่างกาย
จะถูกเก็บไว้เป็นพลังงานสำรองที่ตับ ในรูปของไกลโค เจน    
ซึ่งเมื่อร่างกายต้องการใช้งาน ก็จะมีการสลายไกลโคเจน เป็นกลูโคสอีกครั้ง )
2. เกี่ยวกับขบวนการเมตาบอลิซึมของโปรตีน ( การเผาผลาญอาหารพวกเนื้อสัตว์ ถั่ว)
      ๏ เปลี่ยน โปรตีน เป็น ยูเรีย (ในขบวนการย่อยโปรตีน จะได้เป็นกรดอะมิโนซึ่งมีโมเลกุลขนาดเล็ก
ร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้ได้ นอก    จากกรดอะมิโนแล้ว ในขบวนการดังกล่าวยังผลิต
แอมโมเนีย ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกาย ดังนั้นร่างกายจึงพยายามกำจัดแอมโมเนียออก  
จากร่างกาย โดยเปลี่ยนแอมโมเนีย เป็นยูเรีย แล้วขับออกทางปัสสาวะ )
      สร้างกรดอะมิโน
        ๏ กำจัดแอมโมเนียออกจากกระแสเลือด โดยเปลี่ยนแอมโมเนีย เป็น ยูเรีย แล้วขับออกทางไต
3. เกี่ยวกับขบวนการเมตาบอลิซึมของไขมัน
      สร้าง น้ำดี ซึ่งช่วยในการแตกตัวของไขมัน (เนื่องจากไขมันไม่สามารถรวมตัวกับน้ำได้
ดังจะเห็นได้จากน้ำมันจะแยกชั้นและลอยอยู่  เหนือน้ำ ในขบวนการย่อยก็เช่นเดียวกัน
น้ำดีจะทำให้ไขมันแตกตัวและสามารถรวมตัวกับน้ำได้ หลังจากนั้นน้ำย่อยจึงสามารถย่อยไขมันได้ทั่วถึง) 
4. เก็บสารที่ใช้ในการสร้างฮีโมโกลบิน (ฮีโมโกลบินเป็นสารในเม็ดเลือดแดง
ซึ่งมีหน้าที่นำพาออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย)
5. เก็บวิตามิน A , D , E , K, แร่ธาตุ และไขมัน
6. สร้างน้ำเหลือง ซึ่งเป็นตัวกลางในการนำพาเม็ดเลือดขาวให้เคลื่อนไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย 
7. ควบคุมสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย
        น้ำดี หลาย คนอาจเข้าใจผิดว่าน้ำดีเป็นเอนไซม์หรือน้ำย่อยอย่างหนึ่ง
ซึ่งที่จริงแล้วน้ำดีไม่ใช่เอนไซม์ เป็นเพียงแค่ตัวทำละลายที่ช่วยให้ไขมันแตกตัว
ทำให้เอนไซม์ที่มีหน้าที่ย่อยไขมันทำงานง่ายขึ้น ซึ่งน้ำดีจะถูกสร้างขึ้นที่ตับ
แล้วไปเก็บที่ถุงน้ำดีซึ่งมีลักษณะเป็นรูปลูกแพร์ อยู่ข้างใต้ตับ โดยน้ำดีนั้น
ประกอบด้วยของเหลว ,รงควัตถุ , เกลือ และคลอเรสเตอรอล
        นิ่วในถุงน้ำดี ปัญหา ที่พบได้บ่อยที่ถุงน้ำดี คือ การเกิดนิ่ว นิ่วจะมีลักษณะเป็นก้อน
ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีลักษณะแข็งก็ได้ เนื่องจากในก้อนนิ่วประกอบด้วยคลอเลสเตอรอล
เป็นส่วนใหญ่ แล้วหลังจากนั้นจึงมีรงควัตถุและเกลือแคลเซียมมาพอกที่ก้อนดังกล่าว
ทำให้ก้อนดังกล่าวมีลักษณะแข็งขึ้น (จากความเชื่อนี้ เชื่อว่า นิ่วนั้นเกิดขึ้นที่ถุงน้ำดี )
แต่แพทย์บางท่านเชื่อว่าก้อนนิ่วนั้นมีต้นกำเนิดภายในตับ แล้วมีการเคลื่อนที่มาที่ถุงน้ำดี
ซึ่งเป็นสถานที่เก็บน้ำดี แล้วหลังจากนั้นจึงเริ่มขยายขนาดและแข็งขึ้น การตรวจนิ่วด้วยx-ray
อาจตรวจไม่พบในกรณีที่ก้อนนิ่วนั้นไม่มีแคลเซียมเป็นส่วนประกอบ
สีของนิ่วพบว่ามีได้หลากหลายตั้งแต่ ดำ น้ำตาลเทา ขาว แดง หรือ เขียว และภายในแกนกลาง
ของก้อนนิ่วจะประกอบด้วยแบคทีเรียหรือสิ่งปนเปื้อนอื่นๆ
        นิ่วสามารถตรวจพบได้ทั้งในถุงน้ำดี และท่อน้ำดีของตับ ซึ่งก้อนนิ่วอาจไม่แสดงอาการใดๆเลยก็ได้
ถ้าก้อนนิ่วนั้นมีขนาดเล็กพอที่จะผ่านท่อน้ำดีและขับออกจากร่างกายได้ แต่ถ้าก้อนนิ่วนั้นมีขนาดใหญ่
จนไม่สามารถผ่านท่อน้ำดีออกไปได้ ก้อนนิ่วก็จะติดอยู่ในถุงน้ำดี หรือท่อน้ำดี
และเป็นสาเหตุของการอักเสบหรือการติดเชื้อในที่สุด ทำให้มีอาการปวดท้องส่วนบนอย่างมาก
เป็นไข้ อาเจียร เหนื่อย นอกจากนี้อาจมีอาการในส่วนอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับตับและถุงน้ำดี
ได้แก่ ปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ความไม่สมดุลของฮอร์โมน ปวดศีรษะ อาการทางผิวหนัง
และอื่นๆ 
        ก้อนนิ่วขนาดใหญ่ที่บริเวณท่อน้ำดีใหญ่ เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการปวดท้องอย่างรุนแรง
และเฉียบพลันหลังรับประทานอาหาร ที่มีไขมันจำนวนมาก เนื่องจากไขมันจะกระตุ้นการหลั่งของน้ำดี
แต่ก้อนนิ่วในท่อน้ำดี จะกีดขวางการไหลของน้ำดีที่จะไปยังลำไส้เล็ก
ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดดีซ่านและการอักเสบของถุงน้ำดีชนิดรุนแรง และบุคคลที่มีภาวะดังกล่าว
จะพบว่าอุจจาระจะมีสีขาวเทาเนื่องจากสีน้ำตาล เขียวในอุจจาระนั้นมาจากสีรงควัตถุของน้ำดีนั่นเอง
น้ำดีซึ่งไม่สามารถไหลออกไปได้จะคั่งอยู่ในถุงน้ำดีและตับ ซึ่งจะเกิดการดูดซึมกลับเข้าสู่กระแสเลือด
ทำให้ผิวหนังมีสีเหลือง หรือที่เรียกว่าภาวะดีซ่าน ซึ่งอาจพบร่วมกับอาการปวด
ตับ หน้าต่างสะท้อนสุขภาพ
        สารพิษต่างๆที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน ทั้ง จากการรับประทาน
(สารกันบูด สารปรุงรส ยาฆ่าแมลง เชื้อรา) การสูดดม การซึมผ่านผิวหนัง
หรือแม้แต่สารพิษที่ร่างกายผลิตเอง ทั้งหมดนี้ต้องผ่านด่านป้อมปราการสำคัญ คือ ตับ
เพื่อทำการขจัดสารพิษ ถ้าตับทำงานไม่ทัน สารพิษเหล่านี้จะถูกปล่อยสู่กระแสเลือด
และไปยังสู่ส่วนต่างๆของร่างกาย 
ปัญหาของตับที่พบได้บ่อย คือ การเกิดนิ่ว เนื่องจากนิ่วสามารถทำให้เกิดปัญหาที่ร้ายแรงต่างๆตามมา
อาทิเช่น ภาวะตับอักเสบ (หมายถึง ภาวะที่เซลล์ตับเกิดการอักเสบ การเสื่อม และมีการตายของเซลล์)
ซึ่งอาจพบร่วมกับภาวะดีซ่าน ภาวะตับโต การเบื่ออาหารและอาการไม่สบายท้อง บางครั้งจะอาเจียร
หรือท้องเสียร่วมด้วย มีไข้เล็กน้อย ปัสสาวะมีสีเข้ม อุจจาระมีสีเทาขาว
ซึ่งนั่นหมายถึงภาวะที่ไม่มีน้ำดีในทางเดินอาหาร
        ภาวะตับอักเสบ เกิด ได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ แอลกอฮอล์ ยา สารพิษต่างๆ การติดเชื้อแบคทีเรีย
หรือเชื้อไวรัส หรือพาราสิต ตับอักเสบ-เอ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ ซึ่งปนเปื้อนในอาหาร
มีความรุนแรงหลายระดับ ตั้งแต่น้อย จนอาจถึงแก่ชีวิต ตับอักเสบไวรัส-บี จะติดต่อทางเลือด
และมีความรุนแรงมากกว่าตับอักเสบไวรัส-เอ อาการทางคลินิกของตับอักเสบที่เกิดจากเชื้อไวรัสนั้น
ไม่สามารถแยกได้อาการ ตับอักเสบที่เกิดจากสารพิษ เช่น คลอโรฟอร์ม ฟอสฟอรัส เห็ด ยาบางชนิด
อย่างไรก็ตามตับอักเสบนั้นก็มีผลต่อการทำงานของตับ และในทางการแพทย์ยังไม่มีการรักษาให้หายขาด
ซึ่งการรักษาส่วนใหญ่แล้วนั้นเกิดจากขบวนการสร้างและซ่อมแซมของร่างกายเอง
ตลอดจนระมัดระวังและใส่ใจใส่ในเรื่องอาหารการกิน 
        ตับแข็ง เป็น ภาวะที่เซลล์ตับมีการแข็งตัวและค่อยๆตาย ทำให้ตับไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ
ซึ่งมีสาเหตุมาจากสุรา (แอลกอฮอล์) การขาดสารอาหาร หรือการติดเชื้อ อาการของตับแข็งได้แก่
วิงเวียนศีรษะ ไม่อยากอาหาร อาเจียน อุจจาระสีขาวเทา อ่อนเพลีย ปวด สำหรับผู้ที่เป็นตับแข็งในระยะแรก
ถ้าสามารถกำจัดสาเหตุได้ทัน ตับจะค่อยๆซ่อมแซมตัวเองและอาการเหล่านี้จะค่อยๆดีขึ้น
ในทางตรงข้ามภาวะตับแข็งในระยะรุนแรงนั้น ตับจะไม่สามารถซ่อมแซมตัวเอง และอาจถึงแก่ชีวิต
        เนื่องจากยาหลายชนิด จะถูก ขับออกทางตับ และยาเหล่านี้เมื่อผ่านมาที่ตับ
ตับจะถือว่ายาเป็นสิ่งแปลกปลอมและพยายามที่จะกำจัดออก นั่นหมายถึงว่ายิ่งมีปริมาณยามากขึ้นเท่าไหร่
ตับก็ยิ่งต้องทำงานหนักมากขึ้นด้วย นอกจากยาแล้ว สารเคมีในอาหาร สารกันบูด สี สารปรุงแต่งรส& กลิ่น
ก็ถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมเช่นเดียวกัน

 

 

 

 

 

 

สินค้านี้ยังไม่มีคนรีวิว
คำถาม
รายละเอียด
ชื่อผู้ถาม
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ถาม
สินค้านี้ยังไม่มีคนถามคำถาม
ร้านค้านี้ยังไม่ได้กำหนดวิธีการชำระเงินค่ะ กรุณา ติดต่อกับทางร้าน เกี่ยวกับรายละเอียดในการชำระเงิน
ทางร้านยังไม่ได้ทำการเพิ่มบัญชีรับเงิน กรุณาติดต่อ เจ้าของร้าน
เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและมิตรภาพที่ดีต่อกัน กรุณาทำความเข้าใจเงื่อนไข

CATEGORY

NEW PRODUCTS

MEMBER

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม304,987 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด212,101 ครั้ง
เปิดร้าน27 ก.ย. 2557
ร้านค้าอัพเดท10 ธ.ค. 2560

CONTACT US

086-0561577
facebook

RECOMMENDED

Go to Top